นักปั่นในสายฝุ่น

นักปั่นในสายฝุ่น ขึ้นเป็นตัวท๊อปของประเทศก้าวมาติดชาติลงแข่งชิงแชมป์เอเชีย

นักปั่นในสายฝุ่น “มะตูม” มาประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทอง

นักปั่นในสายฝุ่น ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ประเทศเมียนมา นั้นเป็น จุดเปลี่ยนที่ ทำให้”มะตูม” เบามือ จากเสือภูเขา หันมาเล่นถนน อย่างจริงๆจังๆ จนกลายเป็น “หัวใจ” ของทีม ที่ไม่อาจจะขาดได้ ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน จากนักปั่น”ทางฝุ่น” กลายเป็น”สายหมอบ”

เขาทำผลงานเด่น ในการคว้าเหรียญทองในซีเกมส์ มาครองได้จากซีเกมส์ครั้งที่ 30 ณ ประเทศฟิลิปินส์ ” ผมเริ่มจาก การเล่นเสือภูเขา เพราะคุณพ่อของพ่อเป็น คนสอนให้เริ่มปั่นจักรยานครั้งแรก จากนั้นก็อาศัย ครูพักลักจำ และฝึกซ้อม ด้วยตัวเองมาตลอด จนไปคว้าแชมป์ประเทศไทย จัดการฝึกซ้อมใหม่

และได้ ติดทีมชาติลงแข่งชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีน และซีเกมส์ที่ไทย เป็นจ้าภาพ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ อะไรมาก นั้นยิ่งทำให้ผม ต้องทุ่มเท ให้กับการฝึกซ้อม ให้มากขึ้น” ” จนมา ถึงการแข่งขันซีเกมส์ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ 24

ตอนนั้น เราเป็นน้องใหม่ มีรุ่นพี่เก่ง อยู่ในทีมผมยังไม่ประสบ ความสำเร็จ แต่ก็ยังฝึกซ้อม อย่างต่อเนื่อง เพื่อจนมาถึง การแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ครั้งนั้น ไทยกวาดเรียบทั้ง 3 รางวัล คือ”พี่ตั๊บ” ธวัชชัย มะเส, “พี่โดด” กีรติ สุขประสาท ได้เหรียญเงิน และผมได้เหรียญทองแดง

แต่ทางเจ้าภาพ กลับบอกว่าให้ ชาติหนึ่งรับได้เพียง 2 รางวัลเท่านั้น อันดับ 3 ของผม จึงหลุดไป และเอาอินโดนีเซีย ขึ้นมารับ เหรียญทองแดงแทน ตอนนั้น แค่เซ็งแต่ไม่เสียใจ เพราะเราทำเต็มที่แล้ว ได้ทำเพื่อชาติ” ” ประสบการณ์ ที่เราได้สั่งสมมา ต้องยอมรับ ว่าเสือภูเขาสมัยก่อน ไม่ได้มีการเก็บตัวต่อเนื่อง เหมือนปัจจุบัน

นักปั่นในสายฝุ่น

นักกีฬาซ้อมกันเอง มาเจอกันตอนแข่งเลย

แต่ช่วงหลัง เริ่มให้มี การเก็บตัวต่อเนื่อง ทำให้เรามีการพัฒนามากขึ้น รวมถึงมีโอกาส ไปแข่งต่างประเทศมากขึ้น จนมาถึงซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ประเทศเมียนมา ผมประสบความสำเร็จ ในเส้นทางเสือภูเขา คว้าเหรียญทอง มาครองได้สำเร็จ พร้อมกับมองว่า อนาคตในทางสาย ฝุ่นเราอาจจะไป ได้ไม่ไกลกว่านี้แล้ว

เพราะเริ่มมีน้องที่ฟอร์มสดกว่า แข็งแกร่งกว่า เกิดขึ้นอย่าง มากมายพอ หลังจากซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ผมจึงเริ่ม แข่งถนนควบคู่ ไปกับถนน ในศึกชิงแชมป์ประเทศไทย” “หลังซีเกมส์ครั้งที่ 27 ผมเริ่ม รู้สึกอิ่มตัว กับการเล่น ครอสคันทรีทองซีเกมส์ เราได้แล้ว เอเชียนเกมส์ ก็ไปแข่งมาแล้ว กีฬาจักรยาน

ซึ่งอย่าง เอเชียนเกมส์ สำหรับผมมองว่า เราไปได้แค่ร่วมถือว่าดีที่สุดแล้ว เพราะโอกาส ขึ้นโพเดียม ในเอเชียนเกมส์ เป็นเรื่องยาก บวกกับอายุเราไม่น้อยแล้ว หากเป็น 19-20 ปียัง พอมีลุ้นแต่นี้ 34 ปีแล้วแก่เกินไป สำหรับเสือภูเขา ปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่ ขึ้นมาทำหน้าที่แทนดีกว่า

ส่วนตัวผมเอง หันมาเล่น ถนนแบบจริงๆจังๆ เพราะถนนมีอีเว้นต์ ให้แข่งเรื่อยๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศต่างกันเสือภูเขามีอีเว้นต์ในเอเชียน้อย ที่สำคัญ การปั่นถนนสนุก เราได้ใช้สมอง ในการแก้เกม มันเป็นการวางแผน และต้องเล่นกันเป็นทีม นั่นคือเหตุผลที่ผมตัดสินใจเลือกปั่นถนน”

“ผมเริ่มแข่งถนน จากรายการ ชิงแชมป์ประเทศไทย และทำผลงาน จากการแข่งขัน ถนนมาอย่าง ต่อเนื่องจน “โค้ชตั้ม” ขอตัวให้ มาขี่ถนน จากตอนแรกแค่มาช่วยแต่ เพราะความสนุกของเกมผม

แต่ตอนนี้กลายเป็นตัวหลัก ของทีมถนนเพราะ “โค้ชตั้ม” เคยบอกไว้ว่า ผมเป็นตัวซัพพอร์ตที่ทีมขาดไม่ได้ โดยเฉพาะการขึ้นเขาถือว่าขึ้นได้ดีในระดับต้นๆของทีมแต่ก็ไม่ใช่ที่สุด

หากวันไหน ที่เกมไม่เป็นอย่างที่วางแผนกันไว้ ผมสามารถที่จะขึ้นมาซัพพอร์ตให้กับทุกๆตำแหน่งที่หลุดไป ผลงานในถนนแต่ละแมตซ์ ที่ลงแข่งไม่ได้ขึ้นสุด แต่ไม่ต่ำสุดจะอยู่กลางๆ แต่ต้องมีอยู่ในทีม

ตอนนี้หากเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติ ผมจะลงถนนอย่างเดียว เสือภูเขาไม่เล่นแล้ว แต่ถ้าในประเทศอย่างชิงแชมป์ประเทศไทย ยังลงแข่งให้ต้นสังกัดสโมสรกองทัพอากาศ”